ย้ายแล้วครับพี่น้อง

•พฤศจิกายน 19, 2009 • ให้ความเห็น

ผมย้าย blog ไปที่เว็บผมแล้วนะครับ ตะก่อน host เดิมมันลง wordpress เวอร์ชั่นใหม่ไม่ได้ ผมล่ะเบื่อชิบหาย โอเคตอนนี้ผมย้าย host แล้ว ลุยกันที่ใหม่เลยครับ

http://www.artdrenalin.net/blog

Video Wall ไม่ใช่ไอติมเด้อ

•ตุลาคม 21, 2008 • 2 ความเห็น

จั๊ดไป ลองดู๊

ตลิ่งชันทะเลเผา เจ้าเก่าบางขุนเทียน!

•ตุลาคม 20, 2008 • 2 ความเห็น

เมื่อเศรษฐกิจโลกมันย่ำแย่ เศรษฐกิจบ้านเราก็ย่อยยับ ไอ้ครั้นจะทำเวปอย่างเดียวมันก็ไม่พอเปิดฮาเร็ม หรือเราจะหันไปทำร้านอาหาร seafood มันซะเลย ในเมื่อทรัพยากรเราก็มีพร้อม

ดูสิ

 

วันนี้ฝนตกหนักมาก ตกแม่งตั้งแต่เที่ยงวัน ยันเรือรบ นั่งๆ ทำงานอยู่ เสด็จพ่อก็ตะโกนเรียก

พ่อ :   เฮ้ย ไอ้ลูกหล่อ มาดูนี่ แหที่พ่อทอดไว้ ได้ผลแล้ว
หล่อ : …กูคิดในใจ พ่อกูเหวี่ยงแหไปทั่วได้ผลแล้วเหรอนี่
พ่อ :   จริงจริ๊ง มาดูๆ
หล่อ : โอเคๆ

ผมก็รีบคว้ากล้องไป พอลงไปมองไปหน้าบ้าน เห็นพ่อขลุกขลักอยู่แถวท่อระบายน้ำหน้าบ้าน ไอ้เราก็พาลคิดว่าพ่อจะแงะฝาท่อไปขายรึเปล่า เราจะได้วิ่งไปหารด้วย

พอเดินไป โอ้วว …

พ่อ :   เป็นไง “ปลากระดี่” ไร้เทียมทาน
หล่อ :  อ่า แล้ว “ปลากระดี่” มันทอดกระเทียมทานได้รึเปล่าพ่อ
พ่อ :   จริงๆ มันก็กินได้ แต่ว่าพ่อสงสารมัน เอาไปโยนไว้ในบ่อ แล้วค่อยคิดดูอีกที
หล่อ : เอ้า นี่สงสาร หรือตัวมันเล็กไปกันแน่

ว่าแล้วก็ให้พ่อ จับหงายกลางอากาศ ให้ปลามันตื่นเต้นเล็กๆ ก่อนจะถ่ายรูปอีกครั้ง

ยิ้มหวานๆ หน่อยคร้าบบ แช้ะ !

สีเงินส่องเป็นประกายเงางาม ตาใสแวววาวเจิดจรัส น่าทอดเป็นไหนๆ

นั่นได้น้องมันมาอีกตัว

หลายคนคงสงสัยว่า มันมาได้ยังไง พ่อก็เลยคาดเดาว่า น้ำมันท่วมท่อระบายน้ำหน้าบ้าน แล้วก็ท่วมถนนหน้าบ้านไปหมด ปลามันก็ขึ้นมาจากท่อ คือมันอาศัยอยู่ในท่ออยู่แล้ว

งดงามมั้ยครับชีวิตธรรมชาติ ว่าแล้ว พ่อก็เดินยาวไปหน้าหมู่บ้านเลย กะว่าลูกเมียคงสบายละมื่อเย็น

แต่เราก็เอาไปปล่อยไว้ในบ่อปลาในบ้านก่อนครับ พ่อบอกว่าปล่อยไป 2 ตัว มันจะได้เป็นเพื่อนกัน อ้าวพ่อ แล้วญาติมันที่อยู่ในท่อล่ะ อืมม… งั้นท่วมพรุ่งนี้เดี๋ยวพ่อจะจับขึ้นมาอีกละกัน มันจะได้มาอยู่ด้วยกัน  !!?

ปลาก็มาแล้ว วันก่อนเจอเจ้านี้อีก

ปูดำ ตัวใหญ่ชิบหาย มาอาศัยอยู่ในบ่อปลาในบ้าน คิดว่ามันคงอยู่มาหลายแล้วล่ะครับตัวนี้ พอดีมันเดินมาอวดเรือนร่าง ก็เลยจับมาโพสท่าซะเลย ภาพนี้ไม่ได้เบลอด้วย photoshop นะ แต่จัดการด้วยเลนส์ Nikkor 50 1.4D เลนส์ตัวนี้สั่งได้ครับ ถ้าเรารู้ใจกันมันจะทำให้เราตื่นเต้นกับมันได้ทุกครั้งทีเดียว ว่าแล้วก็ปล่อยครับ ใครสนใจก็ว่ามาครับ เคาะเริ่มที่ 999 บาท!

เป็นเลนส์กระชากวิญญาณจริงๆ ภาพมันหวานมาก คือปูเค็มๆ นี่กลายเป็นปูหน้าหวานเลย ดูสิ  โดนจับมาหงายดูซะหน่อย ดูขนาดมันครับ ตัวเมียด้วย อืมมม น่าจะ 34 คัพB ได้นะแบบนี้ แล้วๆๆๆๆๆ .

ดูไปดูมา มันเป็นปูเกาหลีว่ะ ไม่ใช่ปูไทย ชัวร์ๆ ดูดิ

ปลา ปู.. หอย? เฮ้ย หอยก็มี

หอยยักษ์อีกแล้ว คือแบบว่า จะใหญ่ไปไหนอ่ะ

ไอ้หอยชาเลนเจอร์ (ดูดิ เหมือนจรวดชาเลนเจอร์ ตอนพุ่งขึ้นจากพื้นดินมะ) ตัวนี้มองเห็นจากในบ้านครับ มันเกาะอยู่ประตูกระจกหน้าบ้าน แล้วมองเห็นเนื้อใต้ตัวมัน ขาวเนียนเลย แบบจะเต็มช่องกระจกอยู่แล้ว เลยเปิดมาส่องมันซะหน่อย ดูตามัน พื้นฐานมันต้องเป็นเอเลี่ยนแน่นอน ผมจะจ้างทีมวิจัยละ นี่เป็นเรื่องระดับโลกนะ ทำเป็นเล่น.

ก็นี่ล่ะครับ ตลิ่งชันทะเลเผา หรือไม่ก็ artdrenalin ปิ้ง ย่าง คงจะเปิดเร็วๆ นี้ล่ะ ใครสนใจทานอาหารจากธรรมชาติก็เชิญนะครับ

เมนูตอนนี้ก็มีอย่างว่า นานาชาติครับ ปลากระดี่ไร้เทียมทาน, ปูหวาน ซา ราง เฮ โย แล้วก็ หอยชาเลนเจอร์

สนใจโทรมาจองก่อนนะครับ จับยากครับ ทางเราจะได้เตรียมไว้ให้ท่านล่วงหน้าครับ.

artH.

ขี่จักรยานกันดีกว่า

•ตุลาคม 17, 2008 • 3 ความเห็น

เชิญทุกท่านหันมาใช้จักรยานกันครับ โลกร้อนเราต้องช่วยกันครับ เพื่อคุณ เพื่อโลก…

ดูดีที่สุด

แต่..

 

เหตุผลจริงๆ แล้วคือ… ตังไม่พอใช้ !

เฮ้ย ไม่เชื่อหรอก อีอาร์ธแม่งทำงานทั้งวันทั้งคืน รวยจะตาย ไม่มีตังได้ไง < เสียงชาวบ้านที่รายล้อมดังเข้ามา

ผมอยากจะบอกกลับไปว่า เอ่อ ไม่พอจริงๆ ครับ ไหนผมจะต้องกว้านซื้ออสังหาริมทรัพย์ย่านสยามให้หมดแล้วเนี่ย ตังผมก็ไม่เหลือเก็บเลยครับ พูดเป็นเล่นน่า ประหยัดเงินครับๆ แล้วก็ห่วงโลกด้วย.. จริงๆ นะ ไม่ได้สร้างภาพ ;P

เริ่มจากวันนึง ต้องตัดสินใจมาทำงานที่ Agency ที่นึง ซึ่งอยู่แถวพระราม9 ผมก็มานั่งคิดค่าใช้จ่ายดูว่า จะประหยัดยังไงได้บ้าง ลำพังค่าน้ำมันคุณเจริญท่านก็ซดเหมือนนกเค้าแมวหิวปลาสลิด คิดๆ คำนวณๆ กันไป สรุปว่า ถ้าผมจัดการเรื่องการเดินทางได้ ผมจะรวย!

เมื่อตัดสินใจได้ดังนั้นจึงเริ่มหาข้อมูลเรื่องแหล่งซื้อจักรยาน พร้อมๆ กับหาวิธีดูแลจักรยานไปพร้อมๆ กัน

จนมาได้แหล่งใหญ่ของเมืองกรุง นั่นก็คือย่านเซียงกงอันเลื่องชื่อ จักรยานแถวนี้มีขายเป็นหมื่นๆ คันครับ ขนกันมาจากต่างประเทศ เรียกว่าของ import เลย ผมก็ไปได้ร้านนึง โอเค คุยกันรู้เรื่อง จึงหิ้วกลับบ้านทันที !  โอ้ย นิสัยมัน เรียกว่าสันดานกันดีกว่านะ เวลามันนึกจะทำอะไร มันก็ทำเลย ไม่ได้คิดหน้าคิดหลังอะไร นี่คือสิ่งที่น้องนิต้องคอยปรามอยู่เรื่อย แต่หลังๆ เริ่มเป็นเหมือนกันแล้วเว้ยเฮ้ย 55

ผมไม่ได้ขี่จักรยานมาหลายสิบปีได้เลย การหันมาขี่อีกครั้ง จึงน่าตื่นเต้นไม่น้อยเลยทีเดียว และแน่นอนก่อนผมจะขี่ไปทำงานจริงๆ นั้น ผมต้องหาเวลาซ้อมก่อน นั่นก็คือ วันอาทิตย์ก่อนเริ่มงานวันรุ่งขึ้น…  แสดดดดดดดดด ซ้อมห่าอะไรวันน้านนน คำพูดนี้คิดได้หลังจากซ้อมเสร็จ

เหตุผมที่เอารุ่นนี้เพราะว่า อยากได้ที่มันพับได้ เผื่อเวลากูหมดแรง แห้งตายที่ไหน จะได้ยกขึ้น bts, รถเมล์, เรือ, รถไฟเหาะ ได้ทันท่วงที

ความเร็วที่ทำได้ หึหึ ด้วยความแรง 200 แรงม้า อย่างเฟอรารี่แล้ว ไม่ต้องพูดถึง ไม่เชื่อดูโลโก้ที่กระดิ่ง

Logo ม้าย่อง – แมร่ง ช่วยทำให้มันดูพยศหน่อยได้มั้ยวะเฮ้ย แต่เสียงกระดิ่งนี่ ดังกังวานถูกใจมากครับ สั่นที กริ๊งง..งิ๊ง งิ๊ง งิ๊ง แม่จ้าวมันก้องดีจริงๆ คือสั่นแถวบ้าน คนแม่งถามหายาคูลท์กันเลยทีเดียว

ล้อยังเนี๊ยบใช้ได้ แต่เปลี่ยนเบรกหน้า กะไส้ไก่นิดหน่อย หยอดน้ำมันตรงเฟืองเกียร์อีกนิดนึง ทดสอบเกียร์ว่าทำงานได้ปกติ ก็พร้อมลุยกันละ

พร้อมแล้ว กระโดดขึ้นมาเลยครับ

เป้าหมายผมที่จะทดสอบครั้งนี้คือ ตลิ่งชัน บริเวณสวนผัก43 ซึ่งเป็นที่ตั้งของ artdrenalin นั่นเอง ไปยัง ท่าเรือผ่านฟ้า…. ระยะทางราวๆ 13 กิโล 2 ขีด …นี่ก็ไม่ได้ขี่มานาน มึงจะไปถึงนั่น มันไม่ใกล้ไปหน่อยเหรอไอห่าอาร์ธ คิดบ้างมั้ย สมองมึงน่ะ

อ่ะนะ ก็แค่จะเทสว่า กูจะขี่ไปลงเรือ ใช้เวลาเท่าไหร่ ตอนไปทำงานจะได้คำนวณเวลาได้

น่องพร้อม ใจพร้อม ปั่นสุดใจค่ะป๋า

แวะกินข้าวเพิ่มพลังม้าหน่อย เผื่อม้าย่อง จะเริ่มวิ่งได้บ้าง ข้าวมันไก่หน้าวัดพุทธจักรร้านประจำ ไม่ได้อร่อยนะ แต่มีร้านเดียว ผมโฆษณาให้ขนาดนี้ คิดค่าโฆษณาด้วยนะคร้าบบบ .. มึงโฆษณา หรือทำลายวะนั่น

แม่จ๋า ช่วยหนูด้วย หนูน่องป่วย หนูไม่ไหว  สุดยอดครับพี่น้อง ไม่ได้วอร์มร่างกาย อยู่ๆ ก็ขี่ไกลเลย แบบว่า ไปได้แค่แถวตลาดนัดแถวบ้าน ราวๆ 3 โล กรูต้องหยุดพักแล้ว นึกท้อแท้อยู่เหมือนกัน เมื่อมองเห็นภาพท่าเรือผ่านฟ้าแสนไกล แต่เมื่อมองเห็นหน้าน้องนิ โอเค ผมขึ้นรถทันที นึกอยากจะปั่น อยากจะถีบ.. จักรยานมานานแล้วน่ะ.. ครับ . .   อ่ะฮะ..

ขี่ไป จับเวลาไป ดีนะมีวิทยุ fm ฟังไปด้วย ผ่าน small talk ไม่งั้นกรูฟุ้งซ่านแน่ๆ แล้วก็มาถึง ปากซอยชัยพฤกษ์ กินเวลาราวๆ 20 นาที มึงเอ้ย จะต้องออกไปทำงานกันตั้งแต่กี่โมงวะเนี่ย

เฮ้ย ข้างหน้าลิบๆ นั่นอะไร ซูมไปดูซิ

อุปสรรคก้อนใหญ่อีกก้อนนึง สะพานสูงชัน คือเวลาหมดแรงเนี่ย กูเดินขึ้นยังไม่อยากเลย นี่กูต้องหิ้วปีกจักรยานขึ้นไปด้วยเหรอวะเนี่ย มึงเอ้ยยย อากาศแม่งก็ร้อนได้ใจ เอ้า มาถึงนี่แล้ว ให้มันรู้กันไปเว้ย

ขึ้นมาถึงจุดสุดยอด อ๊างง มองกลับลงไป เห็นความรันทดชีวิตที่เพิ่งผ่านพ้นมา ทำให้เราแกร่งขึ้น แล้วก้าวเดินต่อไปได้อย่างมั่นคง

วิวด้านขวา ตรงไปจะไปทางซังฮี้ กรุงธน ไปทางขวาคือปิ่นเกล้าเป้าหมายของเรา

วิวด้านซ้าย เป็นความงามของ คลองที่ชาวบ้านได้อาศัยใช้ชีวิตกันมาหลายยุคสมัย

และแล้วเราก็มาถึงแถว central ปิ่นเกล้า เหนื่อยชิบหาย ขาสั่น สะท้านไปหมด

การขี่ออกถนนใหญ่นั้น อันตรายอย่างสุดตัว เนื่องจากความเร็วของจักรยานนั้นไม่มีเพียงพอที่จะแซงรถคันอื่นได้อย่างใจนึก หูต้องไว ตาต้องแม่น สติต้องมี และสัญชาติญาณที่ต้องฉับไวที่สุด ไม่งั้น โดนสอยแน่น้องเอ้ย

ทางรอดอีกทางคือ ฟุตบาท ขึ้นได้ให้ขี่ขึ้นไปเลยครับ

แล้วผมก็มาถึงแยกปิ่นกล้า สุดยอดครับพี่น้องครับ ขี่ผ่านพาต้ามาได้ก็ถือว่าได้ใบประกาศแล้วล่ะ รถมอไซค์ รถตู้ รถเมล์ รถยนต์ รถห่าเหว แม่งขับกันไม่มีเลนจะอยู่รึไง ปาดกันไป ปาดกันมา หรือพวกมึงสายตาเอียงกันนักห๊า !

แวะนั่งพักใต้สะพานพระปิ่นเกล้าหน่อย เห้อออ ลมเย็นๆ ช่วยได้เยอะ เสียดายไม่มีผู้หญิงใส่กระโปรงเดินขึ้นเลย ชิ

แล้วผมก็ต้องแบกจักรยานขึ้นบันไดเวียน เพื่อขึ้นไปบนสะพานโน่น หมดครับ หมดแล้วจริงๆ ขึ้นไปนี่
หอบแฮ่ก หน้าเขียว ไข่ดำ เลยล่ะ

แล้วผมก็ตัดสินใจหักเลี้ยวเข้ามาที่ถนนพระอาทิตย์ จากแผนเดิมที่กะจะไปทางราชดำเนิน เพราะคิดว่าทางนี้น่าจะใกล้กว่า และขี่ง่ายกว่า

พักที่สวนซะหน่อย

แล้ววิ่งยาวมาที่ทางตัดเข้าราชดำเนินละ โน่นๆ เป้าหมายอยู่ข้างหน้า ต้องข้ามถนนช่วงนี้ไปฝั่งโน้น

โว้ววววววววววววววววววววว ถึงแล้วคร้าบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ ท่าเรือผ่านฟ้าสุดที่รัก เสร็จสิ้นภารกิจซ้อมใหญ่แล้วผม ส่วนพลังขากลับนั้นก็คือ แรงบันดาลใจที่ว่าจะไปซื้อกาแฟสดเย็นที่ 7-11 ตรงธรรมศาสตร์เจ้าประจำ ทำให้มีแรงฮึดต่อได้

ถ่ายคลองซะหน่อย ไหนๆ ก็มาละ ลืมบอกไปนี่ใช้กล้องตัวเล็กครับ Ricoh R8 เห็นภาพนี้คงพอนึกได้บ้างนะครับว่าน้ำในคลองนี่ สุดแสนจะดำ และสกปรกเพียงใด ผมเห็นแล้วก็เลยทำภาพต่อไปขำขำ

นึกอยากให้ผู้ว่าอภิรักษ์ ทำอะไรซักที กูไม่อยากเชื่อเลยว่าจะได้เข้ามาทำอีก 4 ปีที่ผ่านมา เรียนรู้อะไรได้แค่ไหนครับประชาชนชาวกรุงครับ อยากได้เวนิสแห่งตะวันออกจัง ปีหน้าเลือกผมนะครับ ผมจะลงผู้ว่า

แล้วกาแฟเจ้าโปรดก็อยู่ในมือครับ ขี่ไปจิบไป ดูดไป ชื่นใจครับขากลับเนี่ย ก็กลับทางเดิมครับ อันตรายมีตลอดเวลาครับ ห้ามประมาทเด็ดขาด ถ้านึกอยากจะเปรี้ยวแบบนี้

ยืนบนสะพานพระปิ่นเกล้าดูเด็กมันโดดเล่นน้ำกัน ก็เพลินดี พักเหนื่อยด้วย กาแฟหมดบนสะพานนี้ล่ะครับ
.. ผู้ชายคนข้างๆ ช่างทำช่วงล่างได้อ่อนช้อยเหลือเกิน

ถึงบ้าน.. นั่นล่ะครับ หมดแรง หมดสภาพ หมดอาลัยตายอยาก สมน้ำหน้าตัวเองที่นึกจะทำอะไรก็ทำ

แต่..ขอบอกว่า การขี่จักรยานนั้นเป็นสิ่งที่ดีมากเลยนะครับ บางคนเหนื่อยกับการวิ่ง เช่นผม นึกจะออกกำลังกาย ก็วิ่ง แต่รู้สึกว่ามันเหนื่อยมาก พอได้ขี่จักรยานแล้วดีครับ ได้ทุกส่วนของร่างกายเลย โดยเฉพาะรูตูดที่แข็งแรงขึ้น ขมิบได้อย่างฉับไวขึ้น ไม่มีเล็ดออกมาแน่นอนครับ

หลังจากวันนั้นผมก็ขี่ไปทำงานที่พระราม9 ออกจากบ้านตี5 กว่า ถึงที่บริษัทก็ราวๆ 8 โมงเช้า หาที่อาบน้ำ นั่งทำงานทั้งวัน เลิกงานแล้วก็ไปรับนิที่สีลม แล้วก็ขี่ไปส่งที่บ้านเค้า แต่ขากลับวกกลับมาทางซังฮี้ครับ จะลองดู แต่วันนั้นผมไม่ได้ถ่ายรูปมาเลย เพราะรีบมาก ประกอบกับความซวยขากลับ ฝนตกหนักมากกกกกกกกกก เละเลยครับ โนตบุคก็สะพายหลังอยู่แช่น้ำไปเลย แล้วก็อันตรายมากด้วยครับ ขี่ตีคู่กับรถอื่นขณะฝนตกเนี่ย พลาดไม่ได้เลย

ทุกวันนี้ขี่ไปซื้อของ แถวบ้านตลอด ใช้จนติดเป็นนิสัยแล้ว แล้วล่าสุดได้ร่วมกิจกรรม Car Free Day กะเค้าด้วย คราวหน้าผมจะมาเล่าให้ฟังนะครับ

ขอให้ทุกท่านสนุกกับการใช้ชีวิตในรูปแบบต่างๆ นะครับ

artH.

ดูมันขายของกะกู

•กันยายน 27, 2008 • 2 ความเห็น

ดูตรงที่ผมทำลูกศรแดงไว้ดิ

 

แม่งโฆษณาซะ 100% ส่งเข้า inbox แค่โฆษณามันก็เข้า spam กูละ

“ขออภัยถ้าหากอีเมลล์ฉบับนี้รบกวนท่าน”
มันไม่ได้รบกวนกูมากหรอก แต่เคราะห์ร้ายของมึงที่กูดันเปิด spam ขึ้นมาเจอ แล้วเอาความสามารถของโปรแกรมมึงมาแฉนี่ล่ะ ;P

artH.

งาน Interactive กับการประกวด design คอนแทคเลนส์ของคุณเอง

•สิงหาคม 7, 2008 • 6 ความเห็น

ทำข้ามปี ทำมันตั้งแต่ Contest เดิมเป็น 2007 นี่พอข้ามมาปีนี้ก็เปลี่ยนเป็น Contest 2008 ม่ะๆๆ มาลองดูหน่อย

ลูกค้าคือ Maxim contact lens ตอนแรกนึกว่า Maxim หนังสือซะอีก รอยยิ้มก็หดหายไป งานนี้ทำ 2 ส่วนคือ ส่วน design contact lens กับส่วน preview contact lens

ผมวางงานในลักษณะที่พอคนตกแต่งเลนส์จนสาแกใจแล้ว ผมไม่ได้ให้ save เป็น image ใดๆ แต่จะให้บันทึกค่าต่างๆ บน server แทน แล้วเรียก element ต่างๆ สีต่างๆ เฟรมต่างๆ มาแสดงผลอย่างที่เค้าดีไซน์ไว้ บางคนบอกทำไมไม่ save เป็นภาพไปเลยจบๆ เวลา preview ก็โหลดแค่ภาพมาวางก็พอ คำตอบของผมคือ “เท่กว่าว่ะ” แต่อีกเหตุผลคือ ถ้ามีการปรับเปลี่ยน element ผลงานของ user หรือ admin อยากจะแก้เฟรมของเลนส์นิดนึงเว้ย แก้สีหน่อยนึงว่ะ ตัวงานที่ user ทำไว้ก็อัพเดทตามได้ทันที เพราะใช้ element ที่โหลดมาตัวเดียวกัน ลองคิดดูว่าถ้า save เป็นภาพ มันจะแก้กันยังไง

งานนี้ล่าช้ากว่ากำหนดการจนขนหัวผมตั้งชัน ด้วยความเกรี้ยวกราด อยากจะหยิบ m16 ข้างกายไปกราดยิงให้มันเกรี้ยวไปตามๆ กัน

แต่ มันก็จบลงด้วยดี คนเล่นกันตรึม ส่งผลงานส่วยๆ มาเยอะแยะไปหมด ตัดสินกันไม่ถูกเลยทีเดียวเชียว

ใครยังไม่ได้เล่น รีบไปเล่นซะ ของฟรี ได้รางวัลอีกตะหาก พลาดได้ไง
http://activity.sanook.com/maximcolors2008

artH.

BMW : Flash Banner

•กรกฎาคม 28, 2008 • 1 ความเห็น

แวป เอางานมาให้ดูกันพอหายคิดถึง (ใครคิดถึงมึง) เอาเป็นว่ายัดเยียดละกันนะ

งานตัวนี้เป็นงานที่สืบเนื่องมาจาก ตอนนี้กำลังจะปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตการทำงานน่ะครับ และคิดว่าเป็นโอกาสที่ดี ที่น่าจะลองลุยดูครับ ไว้จะอัพเดทเรื่องนี้อีกครั้งละกัน ปล่อยให้มึนๆ ไปก่อน

โจทย์คือลูกค้า Require มาว่า อยากได้ชิ้น flash design ที่ไม่เหมือน print ad ตัวแคมเปญ! อยากได้ความแปลกใหม่ในเวป

ตัวนี้ถือเป็นงานเปิดโลกทัศน์ตัวนึงที่คิดว่าจะเป็นจุดหักเหของเวปครับ คิดว่าต่อๆ ไปคงจะต้องนำความคิดนี้ไปจัดการในงาน design ส่วนอื่นๆ ในเวปต่อๆ ไป งานนี้ concept คือ Diamond หรือเพชร มิใช่เพชรที่หายไปหลายร้อยล้าน แต่เป็นการนำเสนอมูลค่าทั้งทางจับต้องได้ และทางจิตใจ ให้ผูกไปกับสินค้าคือ BMW 7 Series

งานนี้จะมีส่วนที่ต้องใช้จินตนาการในการวาด animation ปิ๊งๆ ของเพชรพอสมควร แต่ก็ไม่เกินขดสมองน้อยๆ ของผมนัก
คือการทำงานตัวนี้ต้องใส่ความโอ่อ่า หรูหรา บวกกับยิ้มจิกมุมปากแบบไฮโซนิดหน่อย ซึ่งตัวผมเองก็มีชีวิตแบบนั้นอยู่แล้ว ใครๆ ก็รู้ (ว่ามึงโกหก)

แต่ก็เป็นแบบนั้นจริงๆ ที่ต้องสมมติตัวเองให้ได้ในทุกๆ งาน นี่เป็นวิธีทำงาน วิธีคิดของผม เหมือนเล่นหนังเลยครับ Animation ต้องสมูท นุ่มนวล ชวนเคลิ้มกับ BMW และ Diamond ถึงแม้ Scene แรก จะเจอเพชรเยอะไปหน่อย ซึ่งลูกค้า require มา แต่ตบท้ายเหลืออันเดียวโดดๆ มันชวนลุ่มหลงมากกว่านะ

ตัว Banner ตัวนี้จะติดอยู่กับ website หลักของ BMW Thailand ปัจจุบัน ไปดูได้ที่นี่ www.bmw.co.th

แล้วคุณจะรู้ว่า เพชร – BMW 7 Series – เลอค่า – อมตะ – นิรันดร์ – จันทร!
artH.

อาหารหัวใจ เฮ้ย อย่ามาเน่า!!

•กรกฎาคม 7, 2008 • 1 ความเห็น

เมื่อปลายอาทิตย์ที่ผ่านมามีงานเข้ามาตัวนึง เป็นงานทำ Slide show บนเวป ซึ่งลูกค้าต้องการที่จะอัพเดทง่ายๆ ผ่าน XML ได้ แล้วต้องแสดงผลงานได้ทั้งที่เป็น ภาพ และวีดีโอ แล้วจะดึงไฟล์มาสร้าง Thumbnail เรียงกันไปเรื่อยๆ ตัวนี้มีความยากของมันอยู่ เช่น ต้องมีการอัพเดทได้อย่างง่ายๆ แล้วต้องสร้าง Slide show ให้วนภาพได้ไม่รู้จบ ไว้เสร็จโปรเจคแล้วจะมาโพสให้ดู

คืนวันศุกร์ที่ผ่านมาจึงเป็นคืนนรกอีกคืนนึง นั่งทำกันเข้าไปจนกว่าจะโอเคก็ 06.30 น. ของวันเสาร์ แม่จ๋า…. คือเป็นอะไรที่เหนื่อยจิตมาก ล้ามาก ได้นอนตอน 7 โมง

อ๊ะ คงคิดว่าแล้วแม่งมาเกี่ยวอะไรกะอาหารวะแสด ตั้งหัวข้อผิดแล้วมั้งมึง

ใจเย็นๆ กะลังปูทางมาจะเล่าอยู่ว่า.. ช่วงบ่ายน้องนิได้นั่งรถเมล์บุกป๋า ฝ่าดง มาหาผมที่บ้าน ซึ่งเป็นที่รู้กันในหมู่ชาวกรุงว่า “มันไกล” บ้านผมอยู่ตลิ่งชันอ่ะนะ มองจากในเมืองออกมาก็คงลำบาก ไกลด้วย รถคงไม่มีมั้ง ไฟฟ้าเข้าถึงรึยังวะ แถมยังอ่านจาก blog แม่งด้วยว่าไฟไหม้ป่าหลังบ้าน บ้านแม่งคงเป็นป่าดงดิบล่ะมั้ง

น้องนิแฟนผมได้มาด้วยความเป็นห่วง พร้อมหอบหิ้วอาหารมาให้ด้วย เย่ๆ ๆ ได้เข้าเรื่องตามหัวข้อแล้วว

อาหารที่น้องนิแวะซื้อมาให้ ก็เป็นของโปรดผมอีกเมนูนึง ซึ่งต้องมีสตางค์หน่อยถึงจะพอหามารับประทานกันได้ หึหึ คนรวยอย่างผม สบายๆ แดกปลาร้าไปก่อน >_<

ซูชิ + แซลมอน แสนอร่อย

มันทำให้ผมรู้สึกหายเหนื่อยว่ะ หายจริงๆ นะ ใครมีแฟนคงรู้ว่าเวลาได้ Take care ซึ่งกันและกัน ความรู้สึกก็คงเหมือนดอกไม้บานตอนอากาศแจ่มใสน่ะแหละ

ดูลายมัน

ลายแทงอะไรไม่รู้ แต่กูอยากจะชอนไชเหลือเกิน

ตัดกลับมามื้อเย็นเลย เราก็ขี่รถ Harley ของผม (จริงๆ มันก็รถ Pop ไว้วิ่งแถวบ้านน่ะแหละ) ไปซื้อของสดมาทำกินตอนเย็น ก็เดินๆ ดูทั่วตลาดเลย มาหาของสด ก็เลยได้อีเห็ดสดมา 2 ประเภท

ประเภทที่ 1 อีเข็ม-เห็ดสดขาโจ๋ ณ คลองฉิมพลี

ประเภทที่ 2 อีฟาง จาง โหย่ว-เห็ดสดเสี้ยวลิ้มยี่

เมนูวันนี้ผมจะทำ ผัดเห็ดน้ำมันหอย ลืมบอกไป ตามมาด้วย กระเทยไทยสับหยาบๆ

เมื่อเตรียมส่วนประกอบหลักเสร็จแล้ว ก็ไปตั้งเตากันเลย

ราดน้ำมันลงไป พอร้อนๆ ก็ถีบอีกระเทยลงไปในกะทะทองแดงก่อน

จัดด้วยคู่หูเห็ดสด

จะเห็นได้ว่า ทำเยอะเกิน กินกัน 2 คนเอง แม่งกะไม่ถูก

อ๊ะ อย่าคิดว่าเมนูนี้ไม่มีโปรตีนจากเนื้อสัตว์เลย เพราะเรามี “น้ำมันหอยยยยย”

ก็ผัดๆ เคล้าๆ จนเหนียวได้ที่ ปรุงรสด้วยซีอิ้วขาว หมวย น้ำตาลทรายขาว x พริกไทย

เสิร์ฟ !

เอ่อ ไม่ได้ใส่ขมิ้นนะครับ แต่ที่ภาพออกเหลืองๆ เพราะไฟด้านในบ้านสีเหลือง

รสชาติอร่อยว่ะ ไม่ได้ชมตัวเองนะ แต่อร่อยว่ะ เฮ้ย บอกว่าไม่ได้ชมตัวเองนะ แต่อร่อยจริงๆ ว่ะ (พอละมึง ชมซะ 3 รอบละ)
อย่าลืม set นี้

วันนี้ก็ก็สบายใจหลายอย่างนะ ได้ทำอาหารเพิ่มอีกเมนูนึง ซึ่งก็ได้น้องนิช่วยทำด้วย พร้อมทั้งวันนี้ยังตั้งใจมาดูแลกันอีก
อาหารกาย ก็เป็นอาหารใจได้ ลองดูสิครับ

artH.

ของฝากจากตลาดคลองถม

•มิถุนายน 23, 2008 • 5 ความเห็น

กิจกรรมการพักผ่อน หย่อนใจ คลายเครียดของแต่ละคนคงจะมีมากมาย หลายแบบหลายอย่าง สิ่งนึงที่ผมโปรดปรานคือ การได้เดินดูข้าวของต่างๆ ที่ทำให้จิตใจเรามันฟุ้งซ่าน อยากจะเป็นเจ้าของ แล้วด้วยชีวิตที่ค่อนข้างรวยอย่างผมนั้น คงหนีไม่พ้น “คลองถม”

คลองถมคืออะไร แต่ก่อนเป็นคลองแล้วมีคนมาถมที่หรือไม่ อันนี้ยังไม่ได้ค้นหาที่มา แต่ ณ ปัจจุบัน คลองถม ได้ชื่อว่าเป็นตลาดแลกเปลี่ยนความต้องการของคนในเมืองกรุง ที่มีชื่อเสียงเป็นลำดับต้นๆ เลยทีเดียวเชียว คลองถมนี้จะเปิดทุกวันนะที่ผมคิดเอาเอง แต่จะมีของแปลกๆ ของหายาก ของๆ คนอื่น! มาให้ดูเยอะจะเป็นช่วง ศ ส อา ซึ่งผมเลือกที่จะเดินในช่วงคืนวันเสาร์ เพราะหลบความร้อนจากแสงแดด ให้เหลือแต่ความร้อนรุ่มอยากมีอยากได้ของตัวเองก็พอ

เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 21 มิย 2551 ผ่านมา ผมได้พาพี่อ๊อดไปด้วย พี่อ๊อดนี้เป็นใคร หึหึ คงไม่มีใครจะเอามาเล่ากันให้คนล้อเลียนกันง่ายๆ แต่ผมทำ! พี่อ๊อด คือ พ่อผมเอง จริงๆ ผมก็เรียกพ่อน่ะแหละ แต่แม่ผมเรียกว่า “พี่อ๊อด” ซึ่งอาจจะเป็นที่มาของชื่อเล่นของลูกชายทั้งสองคนคือ “โอ๊ต” “อาร์ธ” รึเปล่าอันนี้ผมไม่แน่ใจ แต่จะไปคิดเสียข้างเดียวอย่างนั้นจะเป็นการไม่ถือน้ำใจของทางฝ่ายแม่ที่ชื่อ “ติ๋ม” เพราะงั้นประเด็นเรื่องชื่อ ผมจึงไม่นำมาคิดมากมายให้เสียเซลสมองซะเปล่าๆ

เอาล่ะ นรกได้กินกะบาลมาพอสมควรแล้ว ผมจะมาเข้าเรื่องคลองถมกันต่อดีกว่า

ผมแนะนำให้มาวันเสาร์ช่วงตั้งแต่ 1 ทุ่มเป็นต้นไป เพราะอากาศจะไม่ร้อนมากนัก คนยังไม่เยอะมาก ของก็ยังไม่มากเช่นกัน เพราะงั้นจึงต้องเดินกันนานนนนนนนนน สินค้าที่มีในคลองถมที่มาที่ไปนั้นก็สุดแล้วแต่พ่อค้าแม่ค้าจะหามาได้ แต่ขอบอกว่ามีทั้งของที่สุจริต และทุจริต ก็คือของขโมยนั่นเอง คลองถมถือเป็นแหล่งแลกเปลี่ยนความต้องการที่มหาศาล อย่างที่กล่าวมาแล้วข้างต้น

คุณหาได้ทุกอย่างในคลองถม อันนี้เรื่องจริง เพราะถึงของไม่มีก็สั่งเค้าไว้ได้ อาทิตย์หน้าเค้าก็หามาให้ได้ มีทั้งของมือหนึ่ง และของมือสองเป็นต้นไป บางชิ้นมือที่ร้อย ที่พันก็มี

ผมใช้เวลาเดินอยู่กับพี่อ๊.. โอเคๆ …เดินอยู่กับพ่อ ราวๆ 3 ชม. โอ้โห ขามันล้า ขามันหนัก จนแทบจะปะทะกับความหล่อที่ลากดินมาหลายลี้ แต่พ่อผมท่านเพลินอารมณ์มาก แวะมันแทบทุกร้าน ยกเว้นร้านซีดี x ที่พ่อไม่แวะ เพราะมีครบแล้ว

อย่าให้กินกะบาลบ่อยๆ ได้มะ

เดินมาจนจะข้ามฝั่งมาขึ้นรถ taxi กลับบ้านแล้ว ตาผมก็ไปเหล่หญิง เอ้ย ไปเห็นเก้าอี้อยู่คู่นึง พ่อเจ้าประคุณรุนช่อง (เขียนงี้ป่ะ) ถูกใจมากกกกก เรียกว่าถูกใจชิบหายจะตรงกว่า ปรี่เข้าไปเลยผม ไปจับๆ พลิกๆ ดูโน่นดูนี่ แล้วก็ถามราคากันให้มันหายข้องใจ

ผม : พี่ครับตัวนี้ ซักกี่ตังค์
แม่ค้า : ตัวละ 1500 ค่ะน้อง ตัวนี้เป็นงานดีเลยนะ เป็นงานเก่าค่ะ ตรง armchair เป็นไม้สักนะคะ แล้วตรงเบาะพี่มาหุ้มใหม่ ส่วนโครงด้านใน เป็นสภาพเดิมๆ ค่ะ ไม่ลองเอาโคมไฟคู่นี้ไปด้วยเหรอคะ
ผม : เดี๋ยวนะครับ (กูดูเก้าอี้)

ในใจผมกำลังคิดอย่างเสียงดังว่า อืมม ถ้ากูต่อได้ตัวละพัน มันจะโอเคป่าววะ ว่าแล้วผมเดินไปหากูรูเพื่อถามให้แน่ใจกันเลย

ผม : คุณพ่อ เค้าบอกว่าตัวละ 1500 นี่ถ้าจะไปต่อเหลือตัวละ 1000 น่าเอามะ

พ่อผมเดินเข้าไปเช็คเก้าอี้ แล้วก็ลองนั่งดู …เงียบอยู่ 10 วินาที แล้วกระซิบบอกผมว่านั่งสบายดี แต่เค้าจะให้ป่าวตัวละ 1000

เท่านั้นล่ะผมเดินไปหาแม่ค้าเลยบอกว่า “พี่ครับ ผมให้ตัวละ 1000 บาท โอเคมั้ย ผมเอา 2 ตัวเลย”  นั่นนนนนนนนน สัดเอ้ย เสือกมาป๋าซะอีก แต่ผมห้ามใจไม่ได้จริงๆ มันวางคู่กันแล้วเหมือนเข็นครกขึ้นภูเขา (อย่าถือสาคนสอบตกภาษาไทยเลย)

แม่ค้าเงียบเลย แล้วบอกว่า พี่ขอ 2200 ละกันนะ ผมก็เงียบบ้าง แล้วมองหา ATM พอเจอปั๊บก็หันกลับมาบอกแม่ค้าอีกว่า 2000 ละกันนะครับ….  แม่ค้าพยักหน้ายิ้ม แล้วก็โอเค ขาย!

 

จ่ายเงินกันไปแล้ว คนที่เดินผ่านก็แวะมาจับๆ ลูบๆ กันหลายคนเลย จนมีอยู่รายนึงถามราคาแล้ว ผมก็ยืนอยู่กับแม่ค้านี่ล่ะ แม่เค้าก็บอกขายให้น้องหล่อนี่ไปแล้ว ตั้งไว้ตัวละ 1500 สาวคนนั้นก็ออกอาการเสียดายอย่างมาก เพราะเค้ากำลังหาเก้าอี้ไปวางในร้านกาแฟของเค้าพอดี อืมม ผมก็ได้แต่บอกว่าเสียดายนะครับ มาช้ากว่าราวๆ 30 ก้าวเท่านั้นเอง แต่จะะลองก้าวเข้ามาในหัวใจอีกซักก้าวมั้ยครับ …….. อันหลังนี่พูดเล่น

ก็หอบหิ้วยัดกันขึ้นรถ taxi โทรแจ้งน้องนิว่า พี่เอาเงินอนาคตไปหมุนอีกแล้วอ่ะค่ะ น้องนิบอกว่า “ถ้าเก้าอี้ไม่ถูกใจ มีตบ”

พอกลับมาบ้าน วันรุ่งขึ้นก็เอามาจัดๆ เซตๆ อืมมม ถูกใจกับ เก้าอี้ 60’s ตัวนี้มาก ไว้นั่งพักอ่านหนังสือ หรือนั่งคุยกันนี่คงจะสร้างความหฤหรรษ์ได้ดี คิดในแง่ดีไว้ จะได้ไม่เสียดายตังค์

artH.

งานออกแบบให้กับบริษัทมหาชน

•มิถุนายน 20, 2008 • ให้ความเห็น

กราบแทบเท้ามิตรรักแฟนเพลงทุกท่าน

ห่างหายไปจากวงการขีดๆ เขียนๆ blog ไปนานโครต กลับมาคราวนี้ก็เอางานมาเล่าให้ฟังตามเคย

สำหรับโปรเจคนี้นะครับ ผมได้ดิวงานโดยตรงกับลูกค้า โดยไม่ได้ผ่าน Agency น่ะครับ เพราะฉะนั้นรายละเอียดของงาน ความยุ่งยาก ในขั้นตอนการผลิตทุกๆ ขั้นตอน ได้ผ่านสมองจนมันเบี้ยวๆ เมื่อจบโปรเจค

ลูกค้าคือ Premier Marketing ซึ่งเป็นบริษัทมหาชนนะ ขอย้ำว่า “มะ – หา – ชน” ก้าวมาทำได้อย่างไรไว้จะเล่าคราวหน้าละกัน บริษัท Premier Marketing ทำหน้าที่ผลิต, จัดจำหน่ายสินค้าอุปโภค บริโภค ทั้งหลายแหล่ ที่คุ้นๆ กันคงจะเป็นขนมขบเคี้ยว “ทาโร่” ที่เราเอามาเคี้ยวเล่นตั้งแต่เด็ก จนมีฉาก love scene เกิดขึ้นเมื่อตอนเด็กๆ เมื่อฝ่ายนึงคาบทาโร่ไว้ด้านนึง … นั่นแน่ คงเดาออกนะครับว่า ก็ต้องมีอีกฝ่ายคาบไว้อีกด้านนึง.. และเมื่อเราใช้ลิ้น + ริมฝีปาก ดึงดันดูดดิ้น เส้นทาโร่เข้ามาเรื่อยๆ ปากของทั้ง 2 ฝ่ายก็จะใกล้กัน.. ใกล้กัน…. และ ใกล้ .. จน .  . . จุ๊บ! เป็นฉากอภิมหาอมตะที่ใช้ได้ยันตั้งแต่โบร่ำ โบราณ จนยันรัฐบาลหุ่นเชิดหมดสมัย! ซึ่งถ้าเป็นเส้นสปาเกตตี้ก็จะมีความลื่นของมัน ทำให้ริมฝีปากสไลด์หากันรวดเร็ว จนได้เสียกันง่ายขึ้น.

นอกเรื่องไปหลายบรรทัด ขอเลี้ยวกลับมาก่อน

ระยะเวลาในการทำโปรเจคนี้ นานที่สุดเท่าที่ตัวผมเคยทำมา 1 ปีเต็ม! โอ้ว ให้วัวออกลูกเป็นสับปะรดเถอะ!

งานนี้ผมรับหน้าที่ Creative และ Design งานทั้งหมด ขั้นตอนของการทำงานนี้คือ
1. คุยกับลูกค้าเพื่อมองหาสิ่งที่ลูกค้ากำลังมองหาเช่นกัน (แล้วมันจะเจอมั้ยเนี่ย) ขั้นตอนนี้คุยกันราวๆ 3 ครั้ง ในขั้นต้น โอ้วกว่าจะได้เรื่อง หรือมองชัดเจนกันมากขึ้น ต้องคุยกระหน่ำอย่างเดียว
2. Concept Idea & Sample Design ส่วนนี้เริ่มนำสิ่งที่ลอยในอากาศ มาวาด มาออกแบบ ดูว่าโอเคมั้ย ใช่ที่ลูกค้าต้องการมั้ย
3. Editing ปรับเปลี่ยน ขยับขยาย ขั้นนี้มันเป็นขั้นตอนที่กินเวลาอย่างสุดแรง หลายเดือนมาก เพราะต้องแจ้งก่อนว่า บริษัทมหาชน มีขั้นตอนการตัดสินใจมากมาย หลายขั้นตอนจริงๆ เรียกว่าผมได้แต้มประสบการณ์ไปอีก 20 แต้มเลยจากงานช้างงานนี้
4. – 28. แก้ตลอดเวลา ปรับตลอดเวลา
29. แห้ง กรอบ แล้ว เนื่องจากงานนี้มันเกินเวลาที่ผมได้ตกลงทำงานกันไว้มามากนัก
30. จบงานได้ โยนงานให้ฝ่ายดูแล IT ของบริษัททำการอัพเดทข้อมูลต่อ

เทคนิคในการนำเสนองานนี้
– งานนี้เป็นงาน Creative design ที่ผมอยากจะปรับภาพของบริษัทให้ตามความต้องการของลูกค้าที่ว่า Trust, Dynamic and Professional เพราะงั้นต้องเรียบเรียงข้อมูล ความคิดทั้งหมด ตีโจทย์ให้ได้ โดยไม่อยากให้งานออกมาดู formal มากนัก ถึงจะเป็นบริษัทมหาชน แต่ต้องให้เข้าถึงผู้บริโภคง่าย เข้าใจได้ง่าย เป็นมิตรนั่นเอง

– มีลูกเล่นในหน้าแรกเป็น Flash ทั้งหน้า โดยหน้านี้เป็นงานที่หนักอยู่พอสมควร ทั้งวาดตัว Graphic ขึ้นมาใหม่ก็แล้วแต่ รวมทั้งการปรับเปลี่ยน คือแก้ไขบ่อยครั้งมาก เป็นหน้าเริ่มทำหน้าแรก และเกือบจะเป็นหน้าสุดท้ายที่ทำเลยทีเดียว

– การนำภาพ หรือ source เท่าที่มีมาใช้งาน รวมทั้ง sound ซึ่งถ้าท่านใดมีลำโพง หรือหูฟังก็ลองฟังดู ถ้าท่านมองเห็นคนจูงหมา วิ่งจ๊อกกิ้งในหน้า Intro พร้อมเสียงผิวปากแล้วล่ะก็ เสียงนั้นผมจัดเอง นั่งผิวมันหน้าคอมนี่ล่ะ ก็ถ้ามีแมวมองอยากเทสเสียงล่ะก็ติดต่อมาได้นะครับ (แค่ผิวปากเนี่ยนะมึง)

Layout ในหน้าในนั้น ได้ถูกปรับเปลี่ยนมาจากที่ออกแบบในขั้นต้นอยู่พอสมควร แต่ Concept ไม่ได้เปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด ช่วงระยะเวลาทำช่วงนี้ ได้มีการติดต่อกับลูกค้าอย่างหนักหน่วง Dtac ได้เงินไปหลายเลยล่ะ มีทั้งออกไปคุยงานกันตามห้างด้วยนะ บางครั้งนัดหมายกัน 3 ทุ่ม ต้องขับรถออกไปละ งานนี้เป็นงานเร่ง ที่ไม่จบซะที ฟังดูขัดแย้งนะ แต่ไม่จบซะทีจริงๆ

รวมทั้งต้องออกไปถ่ายภาพที่ Villa Market ซึ่งทาง Premier ได้เป็นผู้ติดต่อประสานงานในการติดต่อทางร้าน สาขาที่จองเวลาไว้ได้คือ ทองหล่อนั่นเอง วันที่นัดหมายเป็นช่วงเวลาตี5 ขับรถไปตั้งแต่ตี4 ขั้นตอนส่วนนี้รวมไปถึงยกของจากรถบรรทุกราวๆ 50 กล่อง มาจัดบนชั้นวางของ วิ่งขึ้นลงรถบรรทุก ช่วงเช้าแท้ๆ ยังไม่ 7 โมงเช้าแต่เหงื่อไหลไข่ย้อย จนแทบจะไส้เลื่อนกันเลยทีเดียวเชียว

แต่…

งานที่ปลุกปั้นมันมากับมือ ผ่านมา 1 ปีเต็ม มันก็จบจนได้ ด้วยการส่งมอบงานให้ทาง IT เป็นผู้ทำงาน Update ข้อมูลกันต่อไป ถ้าถามผมว่าผม Happy กับงานนี้มั้ย ผมก็ต้องขอตอบว่า 60% – 70% เท่านั้นครับ เพราะในหลายๆ ส่วนของงานที่ปรับกันไปนั้น มีหลายๆ จุดที่เกิดปัญหา ความต้องการ เหตุผลต่างๆ ไม่ตรงกันบ้าง ตรงกันบ้าง ทั้งนี้แต่ละโปรเจค แต่ละลูกค้าก็มีเรื่องราวพวกนี้อยู่แล้วครับ ต้องปรับกันไป ให้ win-win ทั้ง 2 ฝ่าย

ทุกท่าน พี่น้อง เพื่อนๆ ลองคิดดูนะครับ งานที่ต้องทำกัน 1 ปี วิ่งไปวิ่งมา ประชุมกันไม่รู้กี่สิบครั้ง เนี่ยมันสาหัสอย่างไร มันกระทบกับงานอื่นๆ ในแต่ละ Project อย่างไรบ้าง นี่ต้องหาน้ำยาย้อมผมมาละเลงหัวกันเลยทีเดียว

หงอกกันไป

www.premier-marketing.co.th

artH.